เรื่อง ข้อเสนอเกี่ยวกับพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการบริหารและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของจังหวัดมุกดาหาร
เรียน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนูญ ศรีวิรัตน์
อ้างถึง หนังสือมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร ที่ ศธ ๐๕๒๙.๕.๒/๗๒๖ ลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๔
ตามที่อาจารย์ได้เสนอประเด็นเพื่อพัฒนาจังหวัดมุกดาหารให้เป็นเมือง ICT โดยอ้างอิงจากยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร ประเด็นการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว และประเด็นการพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ อีกทั้งประเด็นที่สอดคล้องกับแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ ๒) ของประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๕๖ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ : การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสารสนเทศและการสื่อสาร (๒) ขยายประเภทบริการเพิ่มพื้นที่ให้บริการและปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงข่ายโทรคมนาคม ยุทธศาสตร์ที่ ๔ : การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อสนับสนุนการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารและการบริการของภาครัฐมุ่งเน้นให้หน่วยงานของรัฐใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (๓) สร้างความเข้มแข้งด้าน ICT แก่หน่วยงานของรัฐในภูมิภาคในระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารพิจารณาประเด็นตามที่เสนอ และให้นักศึกษาปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คิด วิเคราะห์ว่าจะพัฒนาระบบสารสนเทศใด เพื่อให้เหมาะสมกับนโยบาย/ประเด็นดังกล่าว รายละเอียดตามอ้างถึง นั้น
ประเด็นที่นำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเพื่อพิจารณา สรุปดังนี้
๑. พัฒนาจังหวัดมุกดาหารให้เป็นเมือง IT โดยกำหนดสัญลักษณ์ MUK-ITC จากข้อเสนอดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับระบบสารสนเทศและการสื่อสาร ดังนี้
การที่จะพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สิ่งแรกที่ควรดำเนินการคือการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ดังจะเห็นได้จากค่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยที่ลุยการตลาดด้านการสื่อสารไร้สายเพื่อรองรับ ๓G ในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนั้นการจะทำเมืองมุกดาหารให้เป็นเมืองไอที ด้วยสัญลักษณ์ MUK-ITC จึงเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการอย่างยิ่ง และสิ่งที่ควรดำเนินการเป็นอันดับแรก คือ การกำหนดขอบเขตว่าจะให้ MUK-ITC ครอบคลุมส่วนไหนของจังหวัดมุกดาหาร เพื่อให้ง่ายต่อการตอบโจทย์ด้านไอที จากสภาพแวดล้อมของเมืองมุกดาหารที่เขตติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดนยาว ๗๒ กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด ๔,๓๓๙.๘๓ ตารางกิโลเมตร หรือ ๒,๗๑๒,๓๙๔ ไร่ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ระยะทาง ๖๔๒ กิโลเมตร มีการแบ่งเขตการปกครองเป็น ๗ อำเภอ ๕๒ ตำบล ๕๒๖ หมู่บ้าน องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ๑ แห่ง เทศบาลเมือง ๑ แห่ง เทศบาลตำบล ๒๒ แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ๓๑ แห่ง (อ้างอิงจาก : หนังสือสรุปผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๓)
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าการที่จะพัฒนาเมืองมุกดาหารให้เป็นเป็นไอทีครอบคลุมทั้งจังหวัดคงทำได้ยาก ใช้งบประมาณอย่างมหาศาล และไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แต่หากจะพัฒนาเฉพาะตัวเมืองมุกดาหาร (สถานที่สำคัญของตัวเมืองมุกดาหาร) ให้เป็นจุดบริการ MUK-ITC สามารถดำเนินการได้ เช่นบริเวณศูนย์ราชการจังหวัดมุกดาหาร, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร, ตลาดสินค้าอินโดจีน, หอแก้วมุกดาหาร, เทศบาลเมืองมุกดาหาร ท่าเทียบเรือเทศบาลมุกดาหาร และบริเวณสะพานมิตรภาพ ๒ เป็นต้น
๒. ให้ทุกส่วนราชการใส่ Icon ของ MUK-ITC ไว้ที่หน้าแรกเว็บไซต์เพื่อเชื่อมโยงมาที่เว็บไซต์จังหวัดมุกดาหาร www.mukdahan.go.th และกำหนดให้เว็บไซต์จังหวัดมุกดาหารให้มีข้อมูลที่ประกอบด้วยภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น เพื่อรองรับการเป็นประชาคนอาเซียน + ๓ (สหรัฐ ญี่ปุ่น จีน) ในปี พ.ศ.๒๕๔๘ จากข้อเสนอดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับระบบสารสนเทศและการสื่อสาร ดังนี้
เมื่อจังหวัดมุกดาหารพัฒนา MUK-ITC ให้เป็นรูปธรรมแล้ว การที่จะให้ส่วนราชการต่างๆ ในจังหวัดมุกดาหารเพิ่ม Icon MUK-ITC แล้วเชื่อมโยงมาที่เว็บไซต์จังหวัดมุกดาหาร www.mukdahan.go.th ไม่ใช่เรื่องอยาก เนื่องจากในปัจจุบันส่วนราชการในจังหวัดมุกดาหารมีการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพราะทุกส่วนราชการในจังหวัดมุกดาหารเข้ามาใช้งานเว็บไซต์จังหวัดมุกดาหารเพื่อติดตามข่าวสารอยู่ประจำทุกวัน เช่นติดตามวาระงานผู้บริหาร ติดตามเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ผ่านเว็บไซต์จังหวัดที่ส่วนราชการรับผิดชอบ และการนำเข้าข้อมูลศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยที่ส่วนราชการรับผิดชอบ เป็นต้น
อนึ่งในปัจจุบันเว็บไซต์ของแต่ละจังหวัดมีการควบคุมโดยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งปฎิบัติงานอยู่จังหวัดละหนึ่งคน ทำให้การบริหารจัดการเว็บไซต์ การควบคุมดูแลระบบสารสนเทศต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะมีการทำงานเป็นทีม โดยเครือข่ายนักวิชาการคอมพิวเตอร์เอง และการจะให้เว็บไซต์จังหวัดมุกดาหารมีหลากหลายภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น เพื่อรองรับการเป็นประชาคนอาเซียนนั้น สามารถใช้สคริปของ Google แปลภาษา ช่วยแปลเนื้อหาเว็บไซต์ และช่วยบริหารจัดการเว็บไซต์ได้ ซึ่งสามารถรองรับได้หลายร้อยภาษาทั่วโลก
๓. ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดใช้ประโยชน์จากระบบ Social Network เช่น Facebook, Twitter เพื่อใช้ติดต่อกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อสนับสนุน MUK-ITC จากข้อเสนอดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับระบบสารสนเทศและการสื่อสาร ดังนี้
ปัจจุบันผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดมุกดาหาร ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์สื่อสารที่มีศักยภาพสูงจากรัฐบาล เพื่อช่วยในการปฏิบัติราชการ เช่น การมอบ samsung galaxy tab ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ในจังหวัดมุกดาหารมีการใช้อุปกรณ์สื่อสารที่รองรับระบบ Social Network อยู่แล้ว
ดังนั้นเพื่อให้การใช้งานผ่านระบบ Social Network มีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรพัฒนาระบบที่สนับสนุนการปฏิบัติราชการผ่าน Social Network เช่น ระบบลงนามหนังสือราชการออนไลน์ ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติออนไลน์ ระบบสารบัญอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ ระบบสั่งการ/สั่งงานออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติราชการให้เกิดความรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์
๔. ให้ทุกส่วนราชการที่มีระบบเครือข่ายไร้สายเพื่อบริการนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่มาติดต่อราชการ โดยกำหนดจุดให้บริการอย่างเด่นชัดให้มีป้าย MUK-ITC จากข้อเสนอดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับระบบสารสนเทศและการสื่อสาร ดังนี้
การให้บริการระบบเครือข่ายไร้สายเพื่อให้บริการนักเรียน นักศึกษา และประชาชนนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการมีความคล่องตัว ควรจัดจุดที่ให้บริการไว้อย่างชัดเจน เช่น บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดมุกดาหาร, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร, ตลาดสินค้าอินโดจีน, หอแก้วมุกดาหาร, เทศบาลเมืองมุกดาหาร ท่าเทียบเรือเทศบาลมุกดาหาร และบริเวณสะพานมิตรภาพ ๒
สำหรับสถานที่ควบคุมอุปกรณ์สื่อสาร (ห้อง Server) ควรใช้ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร หรือมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เป็นสถานที่ควบคุม เพราะสถานที่ทั้งสองแห่งมีความพร้อมด้านบุคลากรที่สามารถสนับสนุนงานในส่วนนี้
๕. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร ติดตั้งกล้องอิเล็กทรอนิกส์ระบบเครือข่ายไร้สายเชื่อมโยงให้เห็นภาพแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว โดยให้ประชาชนในจังหวัดมุกดาหารและประชาชนจังหวัดอื่นๆ ได้เห็น จากข้อเสนอดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับระบบสารสนเทศและการสื่อสาร ดังนี้
หากจะใช้เทคโนโลยีกล้องอิเล็กทรอนิกส์ระบบเครือข่ายไร้สาย ในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดควรติดตั้งจอแสดงผลไว้ตามสถานที่ต่างๆ ที่ประชาชนหรือผู้คนพลุกพล่าน เช่น อาคารศาลากลางจังหวัดมุกดาหารชั้น ๑, สถานีขนส่งจังหวัดมุกดาหาร, บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง สะพานมิตรภาพ ๒ และให้สามารถดูผ่านเว็บไซต์จังหวัด www.mukdahan.go.th
๖. พิจารณารณรงค์การเป็นเมือง IT MUK-ITC ผ่านสื่อต่างๆ และสร้างกลุ่มอาสาสมัครด้าน IT เพื่อรวบรวมเรื่องดีๆ ของเมืองมุกดาหาร โดยอาจร่วมกับ www.mukdahannews.com หรืออื่นๆ จากข้อเสนอดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับระบบสารสนเทศและการสื่อสาร ดังนี้
จังหวัดมุกดาหารมีการอบรมเยาวชนต้นแบบอาสาสมัครเฝ้าระวังภัยทางคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เยาวชนร่วมเป็นอาสาสมัครตรวจสอบเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม เนื้อหาที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่แล้ว หากจะสร้างเครือข่ายเหมือนในลักษณะดังกล่าวควรจัดโครงการอบรมอาสาสมัคร MUK-ITC โดยอบรมให้เยาวชน หรือบุคคลทั่วไปในจังหวัดมุกดาหาร ให้มีส่วนร่วมในการผลักดันโครงการ MUK-ITC ให้เป็นรูปธรรม หรือร่วมเป็นเครือข่ายอาสาสมัครด้าน IT
๗. พิจารณาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของจังหวัดมุกดาหาร โดยการติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL) พร้อมติดตั้งระบบเครือข่ายไร้สาย (WiFi, ๓G) โดยร่วมมือกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จากข้อเสนอดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับระบบสารสนเทศและการสื่อสาร ดังนี้
การที่จะพัฒนาจังหวัดมุกดาหารให้เป็นเมืองแห่งเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สาย (WiFi, ๓G) เหมือนอย่างที่จังหวัดชลบุรี พัฒนาเมืองพัทยาให้เป็นเมืองการสื่อสารไร้สายนั้น สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือ การพัฒนาคนหรือประชาชนให้เห็นถึงความสำคัญ เห็นถึงประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีก่อน เมื่อประชาชนเห็นความสำคัญของการสื่อสารไร้สายแล้ว การพัฒนาด้านโครงข่ายสามารถดำเนินการได้โดยขอรับการสนับสนุนจากงบประมาณของจังหวัดมุกดาหาร หรืองบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการ
ปัจจุบันจังหวัดมุกดาหารมีการให้บริการอินเตอร์ความเร็วสูงผ่านระบบเครือข่ายไร้สายอยู่แล้วชื่อ Wireless_Muk ส่งสัญญาณครอบคลุมบริเวณศูนย์ราชการจังหวัดมุกดาหาร โดยมีสำนักงานจังหวัดมุกดาหารเป็นผู้ควบคุมการใช้งาน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ด้วยความนับถือ
(นายรุ่งเพชร กันตะบุตร)
นักศึกษาปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น