4. เข้าไปที่ Bloghttp://mis-manoon.blogspot .com/ ซึ่งจะมีคลังบทความอยู่ด้าน ขวามือ มีด้วยกัน 3 เรื่อง โดยให้ทุกท่านอ่านบทความทั้ ง 3 ซึ่งจะมีคำถามอยู่ในบทความน ั้น แล้วให้เขียนตอบให้ Blog ของท่าน
กรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ
จากข้อมูลของทั้ง 9 องค์การ ท่านสนใจองค์การใดมากที่สุด เพราะอะไร แล้วหากท่านได้รับมอบหมายในการพัฒนาระบบสารสนเทศองค์การดังกล่าว (องค์การที่ท่านสนใจมากที่สุดนั้น) ท่านคิดว่าจะพัฒนาระบบอะไรเพิ่มเติม พร้อมในเหตุผล
ตอบ: องค์การที่ 7 ธุรกิจโทรคมนาคม จะเห็นว่าองค์การนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับโทรคมนาคม และมีการก่อตั้งหน่วยงานคอมพิวเตอร์ขึ้นเป็นหน่วยงานแรก และมีการแยกบุคลากรที่ทำงานด้านปฏิบัติการติดตั้งและบำรุงรักษาออกเหลือแต่บุคลากรด้านพัฒนาระบบ เพื่อตอบสนองการดำเนินการตามสัมปทานของรัฐ ถ้าเปรียบเทียบกับบริษัทในปัจจุบันคงเหมือนกับ บริษัท CAT กับบริษัท TOT ของไทยที่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์การเพื่อตอบสนองการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล
ดังนั้นหากจะพัฒนาระบบด้านสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการองค์การดังกล่าว ควรพัฒนาระบบสนับสนุนการบริหารงานสำหรับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งระบบนี้จะคล้ายๆกับ DSS จะเห็นว่าองค์การนี้มีการตั้งหน่วยงานย่อยออกเป็น 5 เขต แต่ละเขตให้บริการประมาณ 14 พื้นที่มีการจัดการองค์การหรือแบ่งโครงสร้างหน่วยงานเหมือนกันทั้ง 5 เขต หากแต่ละเขตมีผู้จัดการสาขาเขตละ 1 คน แสดงว่าองค์การนี้มีผู้จัดเขตอยู่ 5 คน แต่หากหน่วยงานนี้มีระบบดังกล่าวที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลแต่ละเขตเข้ามาที่สำนักงานใหญ่แล้วผู้จัดการเขตไม่จำเป็นต้องมี และทำสั่งการจะส่วนกลางมายังเขตยังสามารถทำได้รวดเร็ว และการจัดองค์การตามมาตรฐาน ISO ยิ่งควบคุมได้ง่าย
---------------------------------------
โครงการด้านระบบสารสนเทศที่อาจจะสนองพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
ตอบ: ปัจจุบันการเรียนการสอนหนังสือของกระทรวงศึกษาธิการ ส่งเสริมให้จัดการเรียนการสอนแบบนักเรียนเป็นศูนย์กลาง โดยเน้นให้ครูผู้สอนเปลี่ยนจากสอนแบบท่องจำเป็นสอนแบบให้ทำความเข้าใจในเนื้อหาสาระที่สอนแทน เพื่อให้นักเรียนได้เกิดทักษะในการคิด การเรียนรู้แทนการสอนแบบท่องจำ
ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับเรื่อง “แนวโน้มการจัดการเรียนการสอนเพื่อการเรียนรู้ในทศวรรษหน้า” ซึ่งทรงบรรยายโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ โรงแรม บีพี สมิหลา จังหวัดสงขลา วันที่ 23 กันยายน 2542 ว่า
“ข้าพเจ้าเคยเปิดพบ Websites ของห้องสมุดประชาชนในต่างประเทศที่เป็นเวทีให้เด็กทำแบบนี้ ให้เด็กคนหนึ่งเขียนความคิดเห็นของตนลงไป เพื่อเล่าให้เด็กอื่นๆที่เปิดดูทราบว่า เขามีความคิดต่อหนังสือเล่มนี้อย่างไร ในลักษณะการอ่านเป็นรากฐานสำคัญของการใช้สื่ออื่นๆ ต่อไป”
“ความรู้ทาง internet ได้ด้วย ครูจึงน่าจะไปตรวจดูก่อนว่า เรื่องที่จะกำหนดในแผนให้พูดในชั้นเรียนนั้นจะมี websites อะไรบ้างที่จะส่งเสริมการสนทนาในชั่วโมงนั้นต้องตั้งข้อสังเกตได้ว่า websites นั้นเป็นอย่างไร เพราะในเรื่องเดียวกันจะมีหลาย websites จะมีข้อเด่นข้อด้อยต่างกันออกไป”
ควรมีระบบสารสนเทศสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนสำหรับครู ยกตัวอย่างเช่น ครูจะสอนวิชาภาษาไทยเรื่องวรรณคดีไทย ปัจจุบันครูจะต้องเตรียมการสอน ทั้งศึกษาเนื้อหาที่จะสอน และกำหนดคำถาม คำตอบ ที่จะทดสอบนักเรียน ซึ่งจะทำให้ครูต้องเสียเวลากับการเตรียมการในส่วนนี้มาก หากครูคนหนึ่งสอนหลายวิชาจะต้องใช้เวลานานมากในการเตรียมการสอน แต่หากว่ามีระบบสารสนเทศที่สามารถดึงบทสรุปเรื่องวรรณคดีไทยจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่จะสอน มารวมกันในระบบสารสนเทศสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนสำหรับครู จะทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับพระราชดำรัสดังกล่าวข้างตน
----------------------------
โครงการที่ตอบสนองนโยบายรัฐบาล ด้านระบบสารสนเทศ
ระบบ e-service, web-service, front and back office หรือไม่อย่างไร และหากมีควรจะมีอะไรบ้างพร้อมระบุเหตุผลประกอบเพื่อจะได้นำไปปฏิบัติได้จริง ?
ตอบ: เพื่อให้สอดรับกับมติคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาลด้านการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม (การใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ) และโครงการของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ควรดำเนินการดังนี้
แต่งตั้งคณะทำงานด้านการใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เจ้าหน้าที่จากส่วนราชการต่างๆ ทั้งเกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงาน คือ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด การเกษตรจังหวัด วัฒนธรรมธรรมจังหวัด สำนักงานจังหวัด และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นเลขานุการคณะกรรมการ
เบื้องต้นโครงการ “ศูนย์จัดการความรู้เพื่อพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานี และ จังหวัดมุกดาหาร” ผ่านการให้ความเห็นชอบแล้ว ประเด็นอยู่ที่ว่าโครงการดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไรให้เหมาะสมสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และสามารถดำเนินการได้ในวงเงินที่ได้รับอนุมัติ หากจะพัฒนาระบบ e-service ให้เหมาะสมนั้น ประการแรกควรพัฒนาระบบ GIS ทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมก่อน โดยมีการให้บริการข้อมูลสารสนเทศด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ข้อมูลด้านเตือนภัยพิบัติให้กับประชาชน และมีการบูรณาการข้อมูลด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรม ด้านศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไว้ในระบบ GIS ดังกล่าวด้วย
หากระบบ GIS ดังกล่าวมีการพัฒนาให้เป็นรูปธรรมแล้ว ระบบนี้จะให้บริการข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อการติดตามแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่รวดเร็ว ปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และยังเป็นระบบที่รัฐบาลสามารถใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดใจสินใจในการกำหนดแนวทางการพัฒนาประเทศในอนาคตอีกด้วย
--------------------------------